ข่าวล่าสุด

Friday, August 21, 2015

ลูอิส ทอมลินสัน(Louis Tomlinson) เครียดโดน บริอาน่า จังเวิร์ธ(Briana Jungwirth) จี้ให้ขอหมั้น

นับตั้งแต่ที่มีข่าวว่า ลูอิส ทอมลินสัน แห่ง วัน ไดเรคชั่น (One Direction) ไปทำให้ บริอาน่า จังเวิร์ธ สไตลิสต์ชาวอเมริกันท้อง ชีวิตของนักร้องหนุ่มสุดหล่อก็แทบจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะฝ่ายสาวมักจะเข้ามามีเอี่ยวกับชีวิตของเขาหลายครั้ง และล่าสุดจังก์เวิร์ธก็ถึงขั้นขอให้ฝ่ายชายรีบหมั้นกับเธอเลย!

หลังจากที่ได้นำเสนอข่าวไปว่า ทอมลินสัน ไปทำให้สไตลิสต์สาวชาวลอสแอนเจลีสตั้งท้อง จนกำลังจะกลายเป็นพ่อคนด้วยวัยเพียง 23 ปี โดยที่นักร้องหนุ่มเองก็ประกาศอย่างชัดเจนว่าตื่นเต้นสุดๆ ที่กำลังจะเป็นคุณพ่อในอนาคตอันใกล้ ขณะที่ฝั่งสาวเองก็โชว์ความหวานโดยไปให้กำลังใจ ทอมลินสัน ถึงหลังเวทีของคอนเสิร์ต วัน ไดเรคชั่น เลย

มาล่าสุด จังก์เวิร์ธ ก็แสดงความต้องการให้ ทอมลินสัน คุกเข่าขอหมั้นกับเธอ เพื่อที่จะได้เป็นสามีภรรยากันอย่างเป็นทางการเลย โดยแหล่งข่าววงในเปิดปากกับ ไลฟ์ แอนด์ สไตล์ สื่อบันเทิงชื่อดังว่า
''บริอาน่าบอกกับหลุยส์ว่าเธอต้องการแหวนมาประดับอยู่บนนิ้ว ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะลูกของพวกเขา เธอคอยกดดันให้เขาจริงใจกับเธอ เธอรู้ดีว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขามันไม่ใช่อะไรที่โรแมนติก และอาจจะเร่งรีบเกินไปด้วย แต่บริอาน่ารู้สึกว่าเธอต้องยื่นคำขาดกับ หลุยส์ เพราะเขาทำตัวเอื่อยเฉื่อยไปวันๆ''

อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายของจังก์เวิร์ธก็คือ ทอมลินสันยังไม่พร้อมที่จะยกระดับความสัมพันธ์ไปถึงขั้นนั้น
''ลูอิสยังมีสาวหลายคนรอต่อคิวอยู่ และเขาก็ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณเลยว่าจะหยุดเรื่องนั้น''

ที่มา สยามดารา
เครดิตภาพ : mirror.co.uk , ndsstatic.com

Tuesday, August 18, 2015

ชารอน สโตน(Sharon Stone) สลัดผ้าถ่ายนู้ดให้ ฮาร์เปอร์ส บาซาร์ (Harper's Bazaar)

นักแสดงสาวมากความสามารถ ชารอน สโตน คงทำให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่กลืนน้ำลายได้หลายอึก หลังยอมสลัดผ้าถ่ายนู้ดให้กับ "ฮาร์เปอร์ส บาซาร์" (Harper's Bazaar) นิตยสารแฟชั่นของผู้หญิงชื่อก้องโลก งานนี้แม้จะมีวัย 57 กะรัตแต่ขอบอกว่าหุ่นเธอยังเซียะเซ็กซี่สุดติ่งจริงๆ

นางเอกสาวใหญ่เจ้าของท่านั่งไขว่ห้างสะท้านโลกในภาพยนตร์สุดสยิว "Basic Instinct" ตัดสินใจปล่อยแก่ถ่ายภาพนู้ดขาวดำให้กับนิตยสารดังกล่าว พร้อมกับย้อนความหลังเหตุการณ์ที่เธอต้องพบกับความยากลำบากหลังจากที่เป็นโรคเลือดออกในสมองเมื่อปี 2001

แน่นอนว่าการถ่ายนู้ดครั้งนี้ สโตน ต้องโดนถามเกี่ยวกับเรื่องการศัลยกรรมรวมทั้งการฉีดฟิลเลอร์สเพื่อให้ผิวพรรณเต่งตึง โดยเรื่องนี้ ดาราสาวใหญ่ซึ่งรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม 3 คน กล่าวว่า
"มันเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะหันมาฉีดฟิลเลอร์ส มันก็เหมือนกับดูแลความสวย มันก็คล้ายๆ กับการใช้มาสคาร่านั่นล่ะ แน่นอนว่าการทำแบบนี้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการผ่าตัดตกแต่งใบหน้าของคุณ และสุดท้ายใบหน้าของคุณจะแย่หนักกว่าเดิม"

นอกจากนั้น สโตน ยังเจอกับวิบากกรรมอีกครั้งเมื่อชีวิตแต่งงานล้มเหลว และยังเสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดู โรแอน บุตรบุญธรรมให้กับ ฟิล บรอนสไตน์ อดีตสามี รวมไปถึงความทรงจำที่แสนยากลำบากในอาชีพการงาน  โดย "ป้าสโตน" กล่าวถึงช่วงเวลาที่ย่ำแย่ในชีวิตของเธอว่า
"ฉันคิดว่า -พวกคุณรู้อะไรไหม ? มันเหมือนฉันโดนเขวี้ยงออกมาจากรถไฟความเร็วสูง และตอนนี้ฉนต้องพยายามปีนกลับขึ้นมาจากทางหน้าต่างที่มีกระจกแตกเต็มไปหมดเพื่อที่จะกลับเข้ามาในรถไฟที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว 1 ล้านไมล์ต่อชั่วโมง และเดินจากโบกี้เก็บสัตว์ขึ้นไปโบกี้หน้า"

"มันก็แค่นี้แหละ ฉันว่ามันเป็นเรื่องดีที่อ่อนน้อมถ่อมตน และทำงานแบบไม่ต้องปริปาก เพราะถ้าฉันไม่สามารถทำงานนี้ได้ ฉันคงไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น แน่นอนว่าหากทุกๆ คนบอกว่าฉันไม่เซ็กซี่อีกต่อไป ฉันคงไม่สามารถทำงานนี้ได้อีก"

ทั้งนี้ สโตน ยังเผยถึงอาการเลือดออกในสมองว่า ตอนนั้นเธอรู้สึกไม่ค่อยดีในช่วง 3 วันแรกก่อนที่จะไปเช็คอาการที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอหมดสติหลังจากที่มีอาการเส้นเลือดตีบในสมอง
"ตอนที่ฉันไปถึงโรงพยาบาล หมอโน้มตัวเข้ามาหาฉัน ฉันก็บอกว่า -ฉันกำลังจะตายใช่ไหม ?- และหมอก็ตอบว่า -คุณมีเลือดไหลในสมอง- ฉันบอกว่า -ฉันอยากโทรหาแม่- จากนั้นหมอก็พูดว่า -คุณทำถูกแล้ว เพราะคุณอาจจะสูญเสียความสามารถในการพูดในเร็วๆนี้-"

"มีเลือดไหลไม่หยุดที่สมองของฉันซึ่งมันไปอัดแน่นอยู่ที่ด้านหน้าบริเวณใบหน้าของฉัน" สโตน กล่าวโดยเธอต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายนานหลายปี แต่ตอนนี้เธอยังคงรู้สึกว่ายังคงได้รับผลกระทบจากการที่สมองได้รับความเสียหาย
"มันแทบจะรู้สึกเหมือนกับว่าดีเอ็นเอของฉันเปลี่ยนแปลงไป สมองของฉันไม่เหมือนเดิม ร่างกายของฉันก็เปลี่ยนแปลง และอาการแพ้อาการก็ต่างไปจากเดิม"

ขณะเดียวกัน สโตน ยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการถ่ายนู้ดครั้งนี้ว่า
"ฉันรู้ว่าก้นของฉันมันเหมือนกับถุงใส่แป้ง แต่ฉันไม่พยายามที่จะทำให้ตัวเองดูดีที่สุดในโลก ตอนนี้คุณต้องเริ่มถามตัวเองว่า -คุณเซ็กซี่จริงๆ ไหม?- มันไม่ใช่แค่การทำให้หน้าอกของคุณดูเต่งตึง"

"มันเป็นเรื่องของการนำเสนอ และความสนุกรวมทั้งการที่คุณมีดีพอที่จะทำให้ผู้คนชอบตัวคุณ ถ้าฉันเชื่อว่าการทำตัวให้เซ็กซี่ด้วยการพยายามที่จะเป็นใครก็ตามที่ฉันอยากเป็นตอนที่ฉันแสดงหนังเบสิค อินสติง จากนั้นเราทุกคนคงต้องเจอวันที่แสนยากลำบากในตอนนี้ " สโตน ระบุ

ที่มา สยามดารา
เครดิตภาพ: Getty Images, Harper's Bazaar, eonline.com, focusnews.com

Friday, August 14, 2015

เทย์เลอร์ สวิฟท์ (Taylor Swift) สวนกลับ ไมลี่ย์ ไซรัส(Miley Cyrus) เป็นพวกขี้อิจฉา

ก่อนหน้านี้นักร้องสาวจอมฉาว ไมลี่ย์ ไซรัส ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า มิวสิกวิดีโอ Bad Blood ของเธอนั้นเต็มไปด้วย ความรุนแรง ทำเอา เทย์เลอร์ สวิฟท์ ป็อปสตาร์ ถึงกับทนไม่ได้ออกมาตอบโต้ว่า สาเหตุที่ศิลปินรุ่นน้องออกมากล่าวนั้นคงเพราะรู้สึกอิจฉาอย่างแน่นอน

โดยที่ก่อนหน้านี้ ไซรัส ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแมรี่ แคลร์ ว่าเธอไม่เข้าใจว่า ทำไมการเปลื้องผ้าถึงน่าละอายยิ่งกว่าความรุนแรงในมิวสิกวิดีโอ
''ฉันไม่เข้าใจเรื่องการล้างแค้นด้วยความรุนแรง''
ศิลปินสาวจอมฉาวกล่าวถึงมิวสิกวิดีโอ Bad Blood ''นั่นถือเป็นตัวอย่างที่ดีหรือ? และฉันก็เป็นแบบอย่างที่แย่เพราะฉันอวดเต้าของตัวเอง? ฉันไม่แน่ใจว่านมเลวร้ายกว่าปืนตรงไหน''

ดังนั้นถ้าหากใครกำลังหวังว่า ไซรัส จะมาอยู่ในทีมของสวิฟท์ คงต้องทำใจเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย เมื่อพิธีกรเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส์ 2015 ได้ออกมาวิจารณ์มิวสิกวิดีโอ Bad Blood อย่างเสียหาย จนทำให้เจ้าของเพลง Shake It Off ต้องออกมาเอาคืนนักร้องสาววัย 22 ปีบ้าง


''การพูดอะไรแบบนี้เป็นนิสัยของไมลี่ย์อยู่แล้ว เธออยากได้รับความสนใจและจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งนั้น มันต้องฆ่าไมลี่ย์แน่ๆ ที่เทย์เลอร์ได้รับความสนใจมากกว่า สำหรับ Bad Blood ในความคิดของเทย์เลอร์นั้น ไมลี่ย์เพียงแค่อิจฉา'' แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดกับสวิฟท์กล่าว ''เธออยากได้รับความสนใจและการโจมตีเทย์เลอร์ก็เป็นวิธีการที่ดีสำหรับเธอ''  
       
นับตั้งแต่ Bad Blood เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม มียอดผู้คลิกเข้าชมทางยูทูบแล้วถึงกว่า 425 ล้านวิว และถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของอัลบั้ม 1989

เครดิตภาพ : www.telegraph.co.uk, nymag.com, www.huffingtonpost.com

Friday, August 7, 2015

เทย์เลอร์ สวิฟท์(Taylor Swift) ไม่ลังเลรับหมั้น คัลวิน แฮร์ริส(Calvin Harris) แล้ว

หากถามว่าคู่รักที่กำลังหวานชื่นที่สุดในวงการบันเทิงต่างประเทศมีคู่ไหนกันบ้าง เชื่อว่าคู่ของ เทย์เลอร์ สวิฟท์ นักร้องสาวคนงามกับ คัลวิน แฮร์ริส ดีเจหนุ่มชาวสกอตต์ คงต้องติดอันดับต้นๆ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าฝ่ายชายเตรียมจะขอหมั้นแล้ว ซึ่งล่าสุดก็มีกระแสข่าวว่าสวิฟท์ พร้อมจะตอบรับเรื่องนั้นแล้ว



หลังจากเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีคนเห็น สวิฟท์ กับ แฮร์ริส เดินออกจากพื้นที่วีไอพีของงานปาร์ตี้หลังจบงานมอบรางวัล Brit Awards แถมยังมีรายงานว่าทั้งคู่ดูสนิทสนมเกินกว่าเพื่อนในงานเลี้ยงด้วย จากนั้นก็มีข่าวความหวานชื่นของพวกเขาออกมาเรื่อยๆ

จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เหมือนได้รับการยืนยันในงานมอบรางวัลเพลงบิลบอร์ด มิวสิก อวอร์ดส์  เพราะตอนที่มีการประกาศว่าสวิฟท์เป็นผู้ชนะรางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยมนั้น เธอถึงขนาดเข้าไปสวมกอดแบบหวานชื่นกับแฮร์ริสและยังมีการหอมแก้มกันอีกต่างหาก

ถึงแม้จะเคยมีกระแสข่าวไม่สู้ดีนักว่า แฮร์ริสแอบนอกใจด้วยการไปปาร์ตี้กับสาวที่ไหนก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายมันก็ไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขาดสะบั้นลงได้ แถมเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวลือว่าฝ่ายชายกำลังวางแผนที่จะขอหมั้นกับเธอเลย ซึ่งวงในเผยว่าสวิฟท์พร้อมที่จะตอบตกลงอย่างรวดเร็วชนิดที่ไวกว่ารอให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมกินซะอีก

แหล่งข่าวสื่อบันเทิงชื่อดัง ฮอลลีวู้ดไลฟ์ดอตคอม ยังแฉต่อว่า
''ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้คบหาดูใจกันนานขนาดนั้น แต่ถ้าเกิดจู่ๆ เขามาขอหมั้นกับเธอในวันพรุ่งนี้แล้วละก็ เธอก็จะตอบตกลงทันที เธอมีความสุขมากๆ ในการที่ได้อยู่กับเขา เทย์เลอร์เธอไม่ได้คึกคะนองอะไรเลยนะ แต่เธอมีความรู้สึกว่าพวกเขาจะอยู่ด้วยกันได้''

เครดิตภาพ : www.talkdara.com, dailynews.co.th

Tuesday, August 4, 2015

สื่อแฉ เคท มอส (Kate Moss) หัวใจสลายเหตุ เจมี่ ฮินซ์(Jamie Hince) ไปกิ๊กนางแบบรุ่นน้อง

เคท มอส ซูเปอร์โมเดลสาวชื่อก้องโลกไม่พอใจอย่างแรงที่ เจมี่ ฮินซ์ สามีร็อกเกอร์ มักจะใช้เวลาหมกตัวอยู่กับ เจสซิก้า สแตม กิ๊กสาวนางแบบสุดเซ็กซี่

หลังจากมีรายงานแว่วว่าชีวิตแต่งงานของ เคท มอส กับมือกีตาร์แห่งวง ''The Kills'' เริ่มระส่ำสุดๆ จนมีแววจะแตกหักในเร็วๆ นี้ เพราะเหตุว่า มอสไม่ปลื้มสามีพันธุ์ร็อกหน้าย่นอย่างมาก เพราะมักจะใช้เวลาสุงสิงอยู่กับเพื่อนๆ มากเกินไป

แต่ล่าสุดประเด็นที่ว่าติดเพื่อน ไม่น่าใช่เหตุผลหลักที่ทำให้ทั้งคู่ระหองระแหงกัน เพราะมีการแฉว่านางแบบสาววัย 41 ปี จับได้ว่าฮินซ์กำลังมีความสุขอยู่กับซูเปอร์โมเดลจากค่ายวิคตอเรียส์ ซีเคร็ทอยู่ข้างนอกบาร์ที่เวสต์ฮอลลีวู้ด ขณะที่เธออาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ นอกจากนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า มอสได้ยกเลิกการเดินทางไปอิบิซ่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากจับได้ว่าฮินซ์อยู่กับสแตม โดยเหตุผลเพราะเธอกังวลใจจะต้องโดนหลายๆ คนจับจ้อง หลังชีวิตครอบครัวกำลังมีปัญหาอย่างหนัก

''เดอะ ซัน'' สื่อจอมจุ้นเมืองผู้ดี ได้เผยว่าแหล่งข่าวที่เห็นเหตุการณ์แฉว่า
''เจมี่ทำตัวแบบไม่มีอะไรต้องกังวลใจ ส่วนเจสซิก้ามาพร้อมกับเขา โดยพวกเขาปรากฏตัวต่อหน้าเพื่อนๆ สนิท และเพื่อนฝูงมากมาย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาหยอกล้อกันและกันตลอด มันเป็นความรักอย่างเห็นได้ชัด''

ทั้งนี้เรื่องราวการแตกหักระหว่างมอสกับฮินซ์มีการตีแผ่ออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังจากพวกเขามีข่าวลือออกมาเป็นระลอกในช่วงที่ผ่านมา โดยมีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองคน ซึ่งแต่งงานเมื่อปี 2011 กำลังดำเนินการเกี่ยวกับขั้นตอนการหย่าแล้ว

ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายเผยว่า
''เคทอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก และเธอไม่สามารถออกไปร่วมงานปาร์ตี้ได้เลยในช่วงสุดสัปดาห์ เธอรู้สึกว่าทุกๆ สายตาจับจ้องเธอ และถ้าเธอดูย่ำแย่มันก็จะส่งผลไปถึงเรื่องที่เกี่ยวกับเจมี่ เธอกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ''

ที่มา สยามดารา
เครดิตภาพ  globalfashionreport.com, www4.pictures.zimbio.com, cdni.condenast.co.uk

เรื่องน่ารู้